Rottnest Island กับเพื่อนใหม่ที่ชื่อ Quokka

หลังจากกลับจากเพิร์ธทริปที่แล้วได้ 4 เดือน คุณแฟนก็บอกเราว่าอยากไปเยี่ยมเพื่อนอีกครั้ง ซึ่งครั้งแรกที่ได้ยินก็ปรี๊ดๆ เพราะไม่ได้ชอบอะไรที่นี่เป็นพิเศษบวกกับรู้สึกว่าโดนเบียดทริปญี่ปุ่นออกไปจากโปรแกรม เลยรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ก็จำใจไปกับคุณแฟนเพราะอีกใจก็อยากไปเยี่ยมเพื่อนแฟนด้วย แต่รอบนี้เราได้มีเวลาเยอะขึ้น ได้เที่ยวมากขึ้นรวมเป็นเจ็ดวันเต็มและปล่อยให้เราเลือกโปรแกรมเที่ยวเอง ซึ่งบอกตรงๆ คือก็ยากอีกเพราะแฟนจะไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วยแล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอเพื่อนวันไหน เลยตัดสินใจเมื่อไปถึงก็ไปพักที่ Fremantle 2 คืน โดยวันแรกเราก็เผื่อเวลา เตล็ดเตร่แถวๆ Fremantle เผื่อว่าจะได้ไปเจอเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ไปเราเลยไปเที่ยวทัวร์เรือนจำหรือว่าคุก ซึ่งคุกที่นี่เพิ่งจะปิดลงไปในปี ค.ศ.1991 นี่เอง หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นที่ท่าเทียบเรือและสั่งอาหารจากร้านแถวนั้นมากิน กลับจาก Fremantle เราก็กลับมาพักผ่อนเพราะเพิ่งมาถึงวันแรกยังไม่อยากหักโหม เตรียมตัวไปเที่ยวเกาะ Rottnest วันรุ่งขึ้น

พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ขับรถจากที่พักไปยังท่าเรือของ Rottnest Express รอบที่เราจองเป็บรอบ 10 โมงแต่ควรจะไปถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง การเดินทางไปยัง Rottnest สามารถไปได้ทั้งจากเพิร์ธและฟรีแมนเทิล แต่จากฟรีแมนเทิลจะใกล้กว่า ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที

Quokka

บนเกาะ Rottnest สามารถเดินทางด้วยจักรยานหรือจะใช้ทัวร์ Hop in Hop Off ด้วยรถบัสตามจุดไฮไลท์ต่างๆ และมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งทัวร์รถไฟ ทัวร์เรือออกไปชมจุดสำคัญ ซึ่งถ้ามาตรงกับฤดูวาฬหลังค่อมทัวร์นี้น่าสนใจมาก เช่าสน็อกเกิ้ล skydive และอีกเพียบ บนเกาะก็มีที่พักให้เช่า บนเกาะก็จะมีร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตสำหรับคนที่มาพักหลายวันแล้วทำอาหารเองในที่พัก เมื่อเรามาถึงเกาะ Rottnest เรือเทียบท่าปุ๊บสำหรับคนที่จองจักรยานเอาไว้พนักงานก็จะทยอยแจกไปคนละคันพร้อมหมวกกันน็อค เราเช่ามาคนละคันกับแฟน ขอบอกว่าจักรยานเก่ามาก ไม่ได้ทุ่นแรงเลยเพราะเหมือนเกียร์คันของเราจะคอยเบรคตลอดเวลา จริงๆ บนเกาะก็มีร้านเช่าจักรยาน น่าเช่าบนเกาะมากกว่า บางคนก็เอาจักรยานไปเอง เมื่อได้จักรยานแล้วเราก็สำรวจเส้นทางที่ปั่น เพราะตลอดทางจะไม่มีร้านอาหาร ทางที่ดีคือควรจะกินอะไรไปก่อน แล้วเฟอรรี่กลับไปฟรีแมนเทิลเราจองรอบ 16.30 เอาไว้ เราเลยหาบริเวณร้านอาหาร เมื่อไปถึงก็จะเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายๆ มินิจิงโจ้ คือยืน 2 ขาได้แต่เล็กๆ คล้ายกะรอกอยู่เต็มไปหมด เจ้าตัวนี้ชื่อว่า Quokka เรากับแฟนก็สั่ง Subway มากินเพราะกะว่าสามารถพกใส่กระเป๋าระหว่างปั่นจักรยาน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกินก่อนออกเดินทางจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วอะไรไปนอกจากน้ำ เมื่อท้องอิ่มเราก็เริ่มออกเดินทาง

Rottnest Island
Henrietta Rock

เส้นทางในการปั่นจักรยานจะมาทั้งหมด 3 เส้นทาง เราเลือกเส้นทางที่ 2 มีระยะทาง 10 กิโลเมตร ถ้าวนรอบเกาะก็ 22 กิโลเมตรเราคงไม่ไหวเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย จุดแรกที่เราจอดชมวิวก็คือ Kinstown Barracks โอ้โห ทะเลสวยอะไรอย่างงี้ มีคนเล่นน้ำกันด้วย เรากับแฟนก็เอาสน็กเกิ้ลมา แต่อดใจไว้ก่อนอย่าเพิ่งลงยังปั่นไปดูไม่ถึงไหนเลย

ระหว่างที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติ เจ้าตัว Quokka 2 ตัวก็ออกมาโพสท่าให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปที่จุดจอดรถ เราก็ถ่ายมาด้วย จะเหลือเหรอ จากนั้นเราก็ไปจุดต่อไปคือ Henrietta Rock ซึ่งตรงนี้จะมีเรือจมอยู่ด้วย น้ำใสมาก มีคนเล่นน้ำกันประปราย แต่เราก็ไม่ได้แวะ เราปั่นไปเรื่อยผ่าน Parker Point, Jeannies Lookout, Little Salmond Bay ซึ่งสวยมาก แล้วเราก็ผ่าน Lighthouse ตัดขึ้นไปที่ Little Armstrong Bay ขอบอกว่าอาจจะดูง่ายแต่เส้นทางบนเกาะขึ้นลงเขาตลอด บางช่วงเราต้องจูงจักรยาน แต่วิวระหว่างทางสวยมากทำให้เราตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าจะเล่นน้ำที่ไหนดี จนมาถึงส่วนบนของเกาะ ระหว่างทางที่ตัดผ่านกลางเกาะขึ้นไปก็จะผ่านทะแลสาบเล็ก ๆ สองแห่งที่เกลือมีสีชมพู ชื่อทะเลสาปก็บอกอยู่ว่า Pink Lake จนไปถึง Little Armstrong Bay จึงรู้ว่าอยากจะย้อนกลับไปที่ Little Salmond Bay หรือ Henrietta Rock มาก แงๆ อยากไปเล่นน้ำแต่จะปั่นกลับไปก็ไม่ไหว เวลาก็เหลือไม่เยอะ สุดท้ายเลยปั่นกลับไปยัง The Settlement ไปถึงท้องก็เริ่มหิวจึงไปสั่งอาหารจากร้าน Dome ซึ่งตอนหลังจะเห็นว่ามีร้านนี้หลายที่มาก

Little Salmond Bay

สรุปทริป Rottnest ประทับใจกับความสวยใสของน้ำทะเล และเจ้า Quokka ที่เข้ามาทักทายเป็นระยะตลอดเส้นทางปั่นจักรยาน ถ้าหากใครจะมาเล่นน้ำที่นี่ เราขอแนะนำว่าทางตอนใต้ของเกาะหาดสวยกว่าในความคิดของเรา

KT