My Summer in France

ในแต่ละปี เราจะต้องยุโรปปีละครั้งเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวของแฟนซึ่งจริงๆ เป็นคนฮอลแลนด์แต่ย้ายรกรากไปอาศัยที่ทางเหนือของ Germany ในเมืองเล็กๆ น่าอยู่ที่ชื่อว่า Zeven ปกตินอกจากจะไป Germany แล้วจะให้อยู่แต่ที่เมืองนี้ตลอดทั้งทริปก็กระไร เพราะเป็นคนชอบเที่ยวปีนี้เราจึงวางแผนไปเที่ยวฝรั่งเศสกัน 

ถ้าไม่เที่ยวก็ไม่ใช่คู่ของเรา.ฝน

การไปเที่ยวฝรั่งเศสครั้งนี้ก็มีการเตรียมตัวหนึ่งเดือน โดยโจทย์มีอยู่ว่าแฟนอยากไปตอนใต้ของฝรั่งเศสเมืองริมทะเลที่ชื่อว่า Contis – Plage ที่เหลือคือจะไปไหนก็ได้แต่มีเวลาแค่ 7 วัน เมืองอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยได้ยินชื่อ พอลองเปิด Google Map จากเมืองที่เราอยู่ในเยอรมนี โอ้แม่เจ้า ขับรถ 14 ชม. ครึ่ง ถ้าหากว่าไม่จอด เอิ่ม คือว่าไม่ไหวมั้งคะ จึงได้ศึกษาเส้นทางแล้วซอยทริปแวะไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้ไม่น่าเบื่อเกินไป โดยมีแผนแบบนี้

# From Destination Visited
1 Zeven Paris: Hotel Saint Germain Des Pres
  • Louvre Museum
  • Notre Dame Cathedral
  • Eiffel Tower – 2 nights
2 Paris Contis – Plage: Hotel de La Plage
  • Mimizan – 2 nights
3 Contis Avigon: Hotel Palis des Papes
  • Pont du Gard – 1 night
4 Avigon Manosque: Best Western

 

next time: Sault, Moustiers-Sainte-Marie

  • Gordes
  • Senanque Abbey
  • Roussillon – 1 night
5 Manosque Colmar: Hotel Turenne
  • Valensole
  • Malhouse: Cite de I’Automobile – 1 night
6 Colmar Zeven

 

next time: Ribeauville

  • Riquewihr 

จริงๆ คือแพลนไว้หลายที่มาก แต่ไปไม่ทันจริงๆ ทันแค่นี้ ใน Provence จริงๆ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันแต่นี่ต้องรีบกลับเพราะต้องมางานวันเกิดคนในครอบครัว

แรกเริ่มเลยออกจาก Zeven ขับรถไป Paris ไปถึงคุณแฟนก็ดันเติมน้ำมันผิดอีก เดือดร้อนต้องโทรเรียกประกันจากฝั่งเยอรมันให้ประสานงานรถลากไปที่อู่เพื่อถ่ายน้ำมันที่เติมผิดแล้วเติมน้ำมันใหม่ไป ก็เสียเวลาไปประมาณเกือบ 4 ชม. ทำให้ไปถึง Paris บ่ายแก่ๆ แล้วแวะไปหาเพื่อน จอดรถทิ้งไว้ที่นั่นเพราะไม่อยากขับรถเข้าไปในเมืองเพราะ Paris มีงัดแงะรถบ่อย เลยต้องเดือดร้อนเพื่อนแต่โอกาสดีได้ไปเยี่ยมเพื่อนด้วยในตัว วันแรกออกจากบ้านเพื่อนไปถึงโรงแรมในใจกลางปารีสก็เกือบหกโมงเย็น เช็คอินเสร็จก็เดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วกลัมานอนเอาแรง ที่ปารีสเราพักที่ Hotel Saint Germain Des Pres ห้องเล็กมาก แต่อาศัยว่าอยู่กลางปารีส บวกกับเวลาที่ไปเป็นช่วงพีคของซัมเมอร์พอดี โดนไปคืนละ 7,400 บาท เลยทำให้รู้สึกประทับใจโรงแรมที่ Amsterdam ของปีที่แล้วมากกว่า พอตื่นเช้ามาหลังจากกินอาหารเช้าก็ไปเที่ยวที่ Louvre ซึ่งถ้าหากใช้เวลาเดินจริงๆ คงอย่างน้อยทั้งวันแต่เราเดินแค่ครึ่งวัน แล้วแวะไปทานอาหารที่ร้านลูกหมู Le Compton หลังจากนั้นก็ย้ายไป Notre Dame ไปถึงคนยืนเข้าแถวเยอะมาก ทางเราจึงขอบายแค่ถ่ายรูปข้างนอกแล้วแวะไปหาอะไรดื่มกันที่คาเฟ่ใกล้ๆ นั่งดื่มเบียร์ไปดูคนไป เสร็จแล้วจึงย้ายไป Eiffel Tower แต่ไปถึงก็เย็นแล้ว ได้ดูข้างๆ แล้วจะเดินกลับไปโรงแรมคงไม่ไหว เลยซื้อตั๋วจากเรือที่จอดจุดต่างๆ ในปารีส ซึ่งจริงๆ ถ้าซื้อตั๋วนี้ตั้งแต่แรกก็คงเที่ยวได้ครบไม่ต้องเดิน ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวมาซักเท่าไหร่ เลยเสียค่าโง่ซื้อตั๋วเรือ 24 ชั่วโมงพาส เพียงเพื่อนั่งเรือกลับ ถ้าไม่ติดว่าวันรุ่งขึ้นต้องรีบเดินทางคงได้ใช้อีกซักรอบเพราะตั๋วนับไป 24 ชั่วโมงจากตอนที่ซื้อ เราเลยให้ไปกับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสคู่นึงที่เราเจอบนรถไฟ หลังจากที่ไปเอารถที่บ้านเพื่อนพร้อมทั้งบอกลาเราก็เดินทางลงใต้ แต่จริงๆ แล้วระหว่างทางตั้งใจจะแวะปราสาทสวยๆ ซักสองที่เพราะเป็นทางผ่าน แต่ก็ไม่ได้แวะเพราะออกสายและกลัวจะไปถึง Contis – Plage มืด ซึ่งระยะทางไกลจริงๆ

หลังจากอยู่บนรถเจ็ดชั่วโมงกว่าก็มาถึงซักที เมืองอะไรน้า มันจะสวยแค่ไหนทำไมคุณแฟนอยากมาจัง เมื่อมาถึง เอิ่ม คืออะไรเนี่ย ทะเลภูเก็ตสวยกว่าชัดๆ อุตส่าห์ขับรถมาไกลอีกนิดเดียวก็ถึงสเปนแล้ว มาถึงก็เช็คอินที่โรงแรม Hotel de La Plage, Contis – Plage เป็นหมู่บ้านริมทะเลเล็กๆ ที่เด็กวัยรุ่นจะมาเที่ยวพักผ่อนกัน มีบาร์เล็กๆ หลายๆ บาร์ และก็มีสถานที่ให้ตั้งแคมป์ คือคุณแฟนตั้งใจขับมาดูเพราะสมัยวัยรุ่นนางเคยมา พวกเราสองคนเลยเป็นกลุ่มผู้สูงอายุสำหรับคนละแวกนั้นไปโดนปริยาย โอ๊ยอารายกันเนี่ย ขับรถมาตั้งไกลไม่ได้เห็นน้ำทะเลสีครามมันคืออะไรค้า แบบว่ากลับเข้าสู่ธรรมชาติมาก มีร้านสะดวกซื้อแค่ร้านเดียว เลยไปจัดเครื่องดื่มที่ร้านนี้ ก่อนไปทำเนียนๆ เข้ากับเด็กวัยรุ่นสองสามบาร์แล้วกลับไปพักผ่อน รุ่งขึ้นก็ทันทีเลย Google Map มีเมืองอะไรที่ใกล้ๆ แลดูแล้วมันเจริญกว่านี้บ้าง เปิดไปก็เจอ Mimizan Plage ห่างไปแค่ 30 นาที ล้อเลยหมุนไปเมืองนี้ทันที อยากบอกว่ารู้สึกดีมากที่มา ถ้าหากว่ายังไม่จองโรงแรมหรือคืนเงินได้อยากย้ายมานอนที่นี่จริงๆ ที่ Mimizan Plage มีร้านอาหาร ร้านค้า บาร์ เยอะกว่าหาดที่เราไปมาก เป็นชุมชนเล็กๆ หน้าหาดเหมือนกัน ไปถึงแล้วก็ได้เวลาอาหารเที่ยง ด้อมๆ มองๆ ที่ร้าน Ile De Malte เห็นเก้าอี้นั่งสบายเลยเดินเข้าไปสองคน เราสั่งแฮมเป็นสตาร์ทเตอร์ และหอยเมลงภู่กัยเสต็กอกเป็ด เอิ่มคือมันมาขนาดใหญ่มาก ลืมเทียบขนาด แต่เราสองคนก็สามารถกินจนหมดเพราะอร่อยลืมโลกไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะหอยแมลงภู่ยอมให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ ณ ตอนนี้เลย ตอนนี้ท้องอิ่มก็เดินดูอะไรนิดๆ หน่อยๆ แล้วกลับไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ของเรา เตร็ดเตร่ ที่บาร์แล้วนั้นก่อนกลับเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนเตรียมเดินทางวันรุ่งขึ้น

รุ่งขึ้นถึงเวลาเดินทาง ตื่นเต้นมากเพราะจากนี้จะไปที่ที่เราอยากไป ไหนๆ ต้องตีรถขึ้นเหนือกลับไปเยอรมัน เรื่องอะไรจะไปทางเดิม เราก็วกเข้าไปแถบ Provance สวยงามถิ่นลาเวนเดอร์ ดูซิว่าทุ่งลาเวนเดอร์ที่เค้าร่ำลือจะสวยขนาดไหน จาก Contis – Plage ไป Avigon ก็ไม่ใช่ใกล้ ใช้เวลาขับรถประมาณ 6 ชั่วโมง ออกสายๆ ไปถึงก็ประมาณสี่โมงเย็น จอดรถแล้วเช็คอินที่โรงแรม Hotel de Palais des Papes ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ Avigon Castle ตัวโรงแรมก็เป็นเหมือนปราสาทเก่าสร้างด้วยอิฐก้อนใหญ่ กลางคืนก็จะหลอนๆ นิดนึง เมื่อมาถึงเมืองนี้ก็ปรับโหมดแทบไม่ทัน คือมันร้อนมากๆๆๆๆ ร้อนสุดๆ เปิดแอร์เร่ง ๆ พักแป๊บนึงก็ไม่ไหวเลยออกไปเดินดูเมือง ได้ไปถ่ายรูปที่สะพานเมือง Avigon ที่สร้างไม่เสร็จเพราะสายน้ำเชี่ยวมากและกำแพงเมืองที่สูงมากๆๆ แล้วก็กลับมาสั่งอาหารกินตรงลานกลางเมือง ที่สั่งไปเป็นข้าวของสเปนหุงกับอาหารทะเลแต่ไม่ได้รู้สึกพิเศษเท่าไหร่ แล้วไปเดินเล่น ซื้อครีมกันแดดมาเพียบต่อด้วยไอติมกินเสร็จเราก็มานั่งที่คาเฟ่ของโรงแรมหน้าปราสาท Avigon จิบเบียร์เย็นๆ ก่อนขึ้นไปนอนเอาแรงเตรียมแผนเที่ยวต่อไป
และแลัวทริปของเราจริงๆ ก็เริ่มซักที ไม่เคยคิดเลยจะได้มาโพรวองซ์ เคยได้ยินชื่อหนังสือร้อนนี้ที่โพรวองซ์ก็สงสัยมานานว่าสวยขนาดไหน ก่อนมาก็ทำการบ้าน โอ้โห มีเมืองสวยๆ เพียบเลย แต่เราเก็บได้ไม่หมดเลยต้องเลือกเป็นบางจุด เรา check out แบบเดิมคือสายๆ หลังอาหารเช้าที่โรงแรม คือจริงๆ อยากลองทานร้านข้างนอกแต่ไม่มีร้านไหนพร้อมจึงกลับมาทานที่โรงแรม ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ แล้วเราก็เริ่มเดินทางไปยังถนนสวยที่สุดตั้งแต่ road trip กับแฟนมา เราขับรถไปยัง Gordes ก่อนเลย เมืองที่อยู่บนภูเขา ระหว่างทางก็เจอทุ่งลาเวนเดอร์บ้าง แปลงลาเวนเดอร์บ้าง ไปถึง Gordes หาที่จอดรถยากมาก คือต้องจอดไกลๆ แล้วเดินเข้าไปเพราะมีขบวนรถบัสใหญ่ๆ พาคนมาทัวร์ที่เมืองแห่งนี้เยอะมาก ที่ทำได้คือขับรถเข้าไปวนหนึ่งรอบแล้วออกมาหาที่จอดถ่ายรูปกับเมือง คือจริงๆ อยากแวะเดินแต่ไม่ไหวถ้าต้องจอดรถไกลแล้วเดิน คือมันร้อนมาก ถ่ายรูปกับ Gordes จากมุมไกลๆ เลยขับรถต่อไปยัง Senanque Abbey โบสถ์ที่มีทุ่งลาเวนเดอร์ เสร็จแล้วเราก็ขับรถไปยัง Rossillion ที่บริเวณนี้มีร้านไวน์เยอะมาก แต่ไม่มีร้านไหนเปิดเลย คือให้กลับมาอีกทีบ่ายสองหรือบ่ายสาม สงสัยคนฝรั่งเศสไปนอนกลางวัน เราเลยไม่ได้ติดมือไป ถนนเส้นที่ขับสวยมาก เลี้ยบหน้าผาเห็นวิวภูเขาสวยงามมาก เป็นถนนเส้นที่ไป Sault จะเห็นทุ่งลาเวนเดอร์จากมุมสูง เรียดได้ว่าหุบเขาลาเวนเดอร์เลยดีกว่า ขับรถเล่นได้ซักระยะก็ทนความร้อนไม่ไหว เลยขับไปยัง Manosque เชคอินที่ Best Western แล้วไปเดินเล่นในเมือง หาซื้อกางเกงขาสั้นเพราะที่เอามามีแต่ยีนส์ขายาว แถวตอนเหนือของเยอรมันอากาศอีกแบบหนึ่งเลยจริงๆ ได้กางเกงแล้วผ่านร้านขายชีสและตับห่าน คุณแฟนเลยจัดมาเซ็ทใหญ่เอามากินที่โรงแรมและกลับบ้านที่เยอรมันด้วย อิ่มอร่อยสบายใจ รุ่งขึ้นจุดหมายที่จะไปคือ Colmar แต่เมื่อวานยังไม่ได้ไป Valensole เลยต้องวกกลับไปหน่อย พอไปถึง โอ้โห เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดเลยจริงๆ เรียงแถวแน่นๆ หลายแปลง สวยงามมาก ยอมให้เป็นทุ่งดอกไม้ในดวงใจ หลังจากเพลินจากการถ่ายรูปล้อก็หมุนไปยังเมืองถัดไป ระหว่างทางก็มีทุ่งทานตะวันแต่ไม่ได้แวะถ่าย พอจะจอดก็เลยทุกทีเลยอด

และแล้วทริปเราก็ใกล้จะจบ ก่อบจบก็ขอแวะนอนเมืองน่ารักๆ ชื่อว่า Colmar เมืองๆ นี้อยู่ใกล้กับเยอรมนีและสวิตซเซอร์แลนด์ แต่ก่อนแวะเข้า Colmar ในฐานะที่แฟนเราชอบรถเก่าก็พลาดไม่ได้ที่จะแวะที่พิพิธภัณฑ์รถเก่าที่ Malhouse: Cite de I’Automobile เข้าไปถึงก็อลังการณ์มาก สะสมโดย 2 พี่น้องซึ่งถ้าสนใจก็สามารถอ่านประวัติได้ทางอินเตอร์เน็ต หลังจากแวะที่ Malhouse เราก็ไปที่ Colmar เลยทันที เพราะจะได้พักผ่อน โรงแรมที่พักก็เป็นโรงแรมเล็กๆ ชื่อ Hotel Turenne สามารถจองที่จอดรถได้ด้วย หลังจากนั้นเราก็ไปเดินเล่นในเมือง เมืองนี้เล็กมาก เดินไม่นานก็วนรอบ ทุกตึกที่นี่จะประดับประดาด้วยดอกไม้สวยงาม บ้านเรือนมีสีสันกระจุ๋มกระจิ๋ม เราเลยแวะทานอาหารที่ร้านอาหารริมคลอง เราสั่งเสต็กมา แล้วกลับไปพักที่โรงแรม เพราะจาก Manosque ก็สาหัสปาไป 6 ชม. เลยกลับนั่งบาร์ที่โรงแรมแล้วพักผ่อน รุ่งขึ้นต้องอำลาเมืองนี้เลยเดินเข้าไปข้างในอีกนิด พลาดแล้วจริงๆ มีบาร์เยอะมากแต่เราเดินไม่ถึงก็เดินกลับก่อน ถ้าเดินต่ออีก 3 นาทีก็ได้นั่งชิวๆ เมื่อคืน ไม่เป็นไรทุกอย่างรอไว้รอบหน้าถ้ามีโอกาส เช้าวันนั้นมีตลาดนัดพอดี เราเลยได้ซื้ไส้กรอกแห้งกลับไปเป็นของฝากให้ทุกคนที่ Zeven และจบทริปการเดินทาง ณ เมืองนี้ ล้อหมุนกลับบ้านอีก 7 ชั่วโมง…. บอบ แต่ไม่หลาบค่ะ

KT